닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyรุึคถุค

“แก้วสรร” ชำแหละโครงสร้างการเมืองไทย  ชี้ 'ระบอบทักษิณ' คือการครอบงำรัฐสมัยใหม่



เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 31 ส.ค.68 ที่เวทีการชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายแก้วสรร อติโพธิ นักกฎหมายและอดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้ขึ้นปราศรัยต่อสาธารณะ โดยนำเสนอข้อวิเคราะห์ที่ลึกไปกว่าการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล เขาเรียกระบอบที่กำลังดำเนินอยู่ว่า “โครงสร้างการครอบงำทางการเมืองแบบใหม่” ซึ่งไม่ต่างจากเผด็จการที่ใช้พรรคการเมืองและกลไกรัฐเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ

นายแก้วสรร กล่าวว่า สิ่งที่เรียกว่าระบอบทักษิณ ไม่ได้เป็นเพียงบุคคลหรือครอบครัวที่มีอำนาจ หากแต่เป็น ระบบการจัดการทางการเมือง ที่วางรากฐานด้วยพรรคการเมืองขนาดใหญ่ การใช้นโยบายประชานิยมแบบกวาดต้อน และการผูกขาดทางเศรษฐกิจ–สื่อสาร เพื่อสร้างความชอบธรรมในการครองอำนาจระยะยาว

นายแก้วสรร เปรียบเทียบโครงสร้างดังกล่าวกับสิ่งที่นักรัฐศาสตร์ตะวันตกเรียกว่า “Electoral Authoritarianism” หรือ “เผด็จการเลือกตั้ง” กล่าวคือ ใช้กระบวนการเลือกตั้งเพื่อสร้างภาพประชาธิปไตย แต่แท้จริงแล้วควบคุมทั้งกลไกพรรค รัฐสภา ข้าราชการ และแม้แต่ศาลบางส่วน ให้อยู่ในวงจรผลประโยชน์ของตน

นอกจากนี้ นายแก้วสรร ยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเมืองกับทุน โดยเฉพาะการลงทุนด้านโทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ที่ถูกตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่องว่า รัฐถูกใช้เป็นเครื่องมือเอื้อธุรกิจครอบครัวและเครือข่าย มากกว่าจะทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ

นายแก้วสรร อ้างถึงคดีทุจริตหลายกรณี เช่น บ้านเอื้ออาทร และโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งสะท้อนกลไกการใช้ “นโยบายประชานิยม” เป็นฐานเสียง แต่กลับก่อหนี้สินมหาศาลแก่ประเทศ เขาเตือนว่า หากประชาชนยังคงยอมรับวงจรดังกล่าว ประเทศไทยอาจเผชิญ “รัฐที่ถูกยึดครอง” (Captured State) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของคอร์รัปชันเชิงสถาบัน

นอกจากประเด็นการเมืองภายใน นายแก้วสรรยังโยงไปถึงสถานการณ์ชายแดน ว่ากองทัพและทหารชั้นผู้น้อยต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องดินแดน แต่รัฐบาลกลับไม่สามารถจัดการเชิงโครงสร้างได้ เพราะมัวแต่ผูกพันกับผลประโยชน์ทางการเมืองและธุรกิจ ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายต่อความมั่นคงระยะยาว

นายแก้วสรร เรียกร้องให้ประชาชนไม่เพียงแต่ต่อต้านบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องตระหนักถึง โครงสร้างการเมืองที่ผิดเพี้ยนไปจากหลักการประชาธิปไตย พร้อมเสนอว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากการปฏิรูปกฎหมายพรรคการเมือง และการสร้างกลไกตรวจสอบที่ไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลของทุน

“หากประชาชนยังคงหลงเชื่อว่าประชาธิปไตยคือเพียงการกาบัตรเลือกตั้ง ประเทศก็จะติดอยู่ในวังวนที่ทุนและเครือข่ายการเมืองใช้รัฐเป็นเครื่องมือ” นายแก้วสรร กล่าว